[SF] Last Angel [Yunjae]

posted on 11 Sep 2011 05:22 by feathercomlex  in Short-Fiction
[SF]  Last Angel
 
Pairing : YUNHO x JAEJOONG
 
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
 
 
 
คริตศักราช 2229  กรุงโซล

เสียงล้อรถบดพื้นถนนดังลั่นจนแทบทำให้หูอื้อ เมื่อรถประจำหน่วยติดอาวุธหลายสิบคันจอดนิ่งสนิท
ปรากฎร่างของบุรุษในชุดเครื่องแบบสีดำพร้อมรบของหน่วยราชการราวห้าสิบนายที่วิ่งลงมา พร้อมคำสั่งเสียงกร้าวของผู้บังคับบัญชา

"หาให้พบ อย่าให้หนีไปได้!"

"รับทราบ!!"

อีกด้านหนึ่ง ฝ่าเท้าขาวจัดที่เปลือยเปล่ากำลังวิ่งหนีสุดกำลัง ฝีเท้าของผู้ตามล่าไล่ที่ตามมาติดๆยิ่งทำให้ร่างบางต้องเร่งความเร็วขึ้น..จนกระทั่ง..ถูกล้อม

ปลายปืนจ่อวิถีเล็งมาที่เขา  เรียวขาสวยก้าวถอยหลัง  ดวงตากลมโตมองไปรอบๆอย่างจนตรอก...แต่เปล่าประโยชน์..
 
"ได้ตัวแล้วครับท่าน"

"ดี !ล้อคไว้เลย เราต้องรีบพากลับไปที่ศูนย์วิจัย"

.
.
.

คำสั่งจากเบื้องบน ขอตรวจร่างกายผมและเพื่อนๆทหารในหน่วยทั้งหมด

เมื่อผลการตรวจอย่างละเอียดในห้องปฏิบัติการออกมาแล้ว ผมถูกเรียกเข้าพบด่วน

ลึกๆแล้วผมยังคงสงสัยว่า มันเกิดอะไรขึ้น

และแล้วคำถามในใจผมได้รับคำตอบจากผู้เป็นนายใหญ่

"ร้อยเอกชอง ยุนโฮ ในสถานการณ์นี้ คุณเหมาะสมที่สุดที่จะทำหน้าที่นี้"

"ภารกิจนี้ยิ่งใหญ่ต่อประเทศของเรา ไม่สิ ต่อมวลมนุษชาติ"

"จากผลตรวจร่างกาย ผมคิดว่า คุณแข็งแรงพอและรับมือเขาไหว"

"โชคดี"

นั่นเป็นที่มา...ที่ทำให้ผมมายืนอยู่ที่นี่
.
.
.


สถาบันวิจัยพิเศษแห่งสาธารณรัฐเกาหลี

เบื้องหน้าคือเรือนกระจกขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยพรรณไม้นานาชนิดทั้งดอกไม้ในเขตร้อนและพืชเมืองหนาว ผีเสื้อสีสรรสวยงามบินอยู่ทั่ว  มีกระทั่งนกปักษาสวรรค์ตัวเล็กๆที่ขับขานเสียงอันไพเราะ  บรรยากาศร่มรื่นสวยงาม ..จนผมเกือบจะคิดแล้วว่าที่นี่คือ สวรรค์จริงๆ

...หน้าที่ของผมคือ "ดูแล "นางฟ้า"ตัวสุดท้ายของโลก"

..ไม่ผิดหรอก..ในข้อมูลที่ได้รับมา ระบุอย่างชัดเจนว่า "ตัว"

ผมก็ไม่เข้าใจอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมระบุลักษณะนามแบบนั้น แต่ช่างเถอะ มันเป็นงาน

"ใครน่ะ!?" เสียงทุ้มนิดๆแต่ติดจะนุ่มนวลแม้จะเอ่ยกร้าวกับการบุกรุกของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ

"เราถามว่าใคร กลิ่นนั่น ไม่ใช่ ศาสตราจารย์ชิมนี่ ใครน่่ะ บอกมานะ!"

"ผมร้อยเอกชอง จากหน่วยSSAT ผมได้รับคำสั่งให้มา เอ่อ...ดูแล"นางฟ้า"ที่นี่"

เมื่อผมพูดจบ  ร่างโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ก้าวออกมาจากพุ่มดอกมูกุงฮวา

ร่างนั้นใส่ชุดสีขาวยาว กางเกงเข้ารูปสีดำ และผมสั้นสีดำสนิทเหมือนปีกอีกา หน้าอกที่แบนราบทำให้ผมรับรู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นผู้ชาย 

ในตาสีเทาใสคล้ายลูกแก้วจ้องมองมาที่ผม มันฉายแววกระด้างนิดๆขัดกับใบหน้าเนียนขาวจัด  เขาค่อยๆย่างเท้าเปลือยเปล่่าบนพื้นหญ้าเข้ามาหาผม

"คุณคือคนที่ดูแล นางฟ้า มาก่อนหน้านี้ใช่มั้ย?"

"เรานี่แหละ นางฟ้า ที่ว่า"

"ฮะ ฮะ...ฮ่าๆๆๆๆๆ" ผมหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่  ทว่าสีหน้าที่ยิ่งเรียบเฉยของเขาทำให้ผมกระแอมเบาๆทีหนึ่งอย่างรักษามาด "ผมหมายถึง ผมไม่คิดว่านางฟ้าเป็นผู้ชาย" ถึงความสวยของคนตรงหน้าจะทำให้เผลอมองอย่างละสายตาไม่ได้ก็เถอะ

"......."

"แล้วคนที่ถูกส่งมาก่อนผมล่ะ?"

"อ๋อ คนนั้นน่ะเหรอ  ..." เขายิ้มหวานละมุนละไมมาให้ ก่อนประโยคถัดมาจะทำเอาผมตกตะลึง

"กิน ไปแล้วแหละ"

"หา?"

"เรา กิน ไปแล้ว"

.
.
.

พระเจ้าครับ!

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย!

อยู่กับนางฟ้าแสนสวย โอเค ผมคงคิดว่าที่นี่เป็นสวรรค์แน่ๆ

..ถ้าไม่ติดว่า นางฟ้ากินคนเป็นอาหารล่ะก็นะ!!...

.
.
.

ผมลืมบอกไป เขาชื่อ "แจจุง" คนในสถาบันวิจัยจะเรียกเขาด้วยโค้ดเนมว่า "Angel"

เท่าที่สังเกตมา เขาก็ใช้ชีวิตแบบคนปกติธรรมดา

ทุกๆวันหมดไปกับการอ่านหนังสือ  นั่งจิบชา ร้องเพลงเบาๆ

ตกบ่ายก็จะมีเจ้าหน้าที่มาตรวจนั่นนี่ ด้วยอุปกรณ์การแพทย์ และอุปกรณ์ทางการทดลองอีกมากมายที่ผมไม่รู้จัก

บางครั้งเขาก็จะถูกปิดตา ล้อกมือ แล้วพาออกไป

และจะกลับมาในเวลาอาหาร

คุณต้องไม่กล้าดูกันแน่ๆ เวลาเขาทาน "อาหาร"น่ะ

เขาไม่ได้กินเนื้อคนทุกครั้งหรอก..ถึงจะเป็นเนื้อของสัตว์อื่นมันก็ยังเป็นของดิบๆที่มีเลือดอยู่เต็มอยู่ดี

เขาใช้มีดกับส้อมละเลียดทานมันอย่างหน้าตาเฉย

เพราะขนาดผมยังไม่กล้าดูเลย ...มัน...ทำใจยากนะ  ไม่สิ ผมรับไม่ได้ด้วยซ้ำ

แรกๆผมก็กลัวเขา แต่แจจุงก็ยื่นข้อเสนอมาว่า ถ้าผมเป็นเพื่อนเขา ไม่ทำเหมือนเขาเป็น "ตัวประหลาด"
เขาจะไม่ทำอะไรผมแม้ว่าบางครั้งทำเหมือนจะแกล้งงับเนื้อผมเบาๆก็เถอะ  เขาสัญญาว่าจะไม่ทำ และผมก็เชื่อเขาซะด้วยสิ

นั่นทำให้ผมลดความกลัวไปได้เยอะเลยล่ะ

เทียบกับความมั่นคงของประเทศ  ตอนนี้ผมคิดว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลมาก

ถ้าผมได้เลื่อนยศ พ่อแม่ผมต้องดีใจแน่

แต่ยิ่่งไปกว่านั้น เห็นจะเป็นความรู้สึกดีๆที่มีต่อ "แจจุง"

เขาเป็นคนสวย สวยมาก ผิวขาวจัดคล้ายจะเรืองแสงได้ กลิ่นกายก็หอมกรุ่น 
ที่สำคัญ แจจุงมีเสน่ห์ที่น่าพิศวง  ยิ่งพักหลังๆ กลิ่นอายของเขา น้ำเสียง กริยาท่าทางมันเย้ายวนแปลกๆ
เขาชอบมานัวเนีย คลอเคลียเหมือนลูกแมว  แกล้งหยอก แกล้งลูบ แกล้งจับส่วนที่ปลุกเร้าผม จนบางครั้งเกือบทนไม่ไหว แต่ก็ต้องข่มใจ ได้แค่ปรามๆ ซึ่งแต่ละครั้งเจ้าตัวก็จะกระฟัดกระเฟียด อย่างกับผู้หญิงเวลามีประจำเดือนแหนะ ฮ่าๆ

"ยุนโฮ ยุนโฮ" เสียงใสตะโกนเรียก  นางฟ้าไร้ปีกกวักมือหยอยๆให้ผมเข้าไปหา

"มาดูนี่สิ  น่ารักเนอะ " นิ้วเล็กเขี่่ยกลีบดอกไม้สีชมพูเล่น พลางหัวเราะคิกคัก  ทำให้ผมเผลอยิ้มเอ็นดูออกมาอย่างเสียไม่ได้

"ยิ้มอะไร?"

"เปล่าครับ"

ริมฝีปากสีจัดเผยอขึ้น คิ้วเรียวขมวดน้อยๆด้วยความขัดใจ ดูน่ารักมาก มากซะยิ่งกว่าดอกไม้ในกระถางใบจ้อยที่เขาถืออยู่ซะอีก

"บอกมา"

"ไม่มีอะไรนี่ครับ เปล่าสักหน่อย"

"ยุนโฮ"

"ให้บอกตรงๆ ตอนที่ผมได้ยินว่า นางฟ้า ครั้งแรก ผมจินตนาการนะ ว่านางฟ้าที่ว่า ต้องเป็นสาวสวยผมยาวสลวย  มีปีกสีขาวกับวงแหวนเหนือศีรษะ
 ตลกดีที่คุณตรงกันข้ามเกือบหมด"

"อะไรเกือบหมด"

"ยกเว้นไว้อย่างนึง ความสวย"

"บ้า!!"

ผมตาฝาดไปรึเปล่านะ....

..นางฟ้าหน้าแดงเป็นด้วยแฮะ...

.
.

ร่างสูงกำลังหลับสบายในห้องที่ทางศูนย์วิจัยจัดไว้ให้ภายในเรือนกระจกหลังจากเขาย้ายมาอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราว ทั้งๆที่หน้าที่ของชายหนุ่มก็ไม่มีอะไรมาก แค่คอยเป็นเพื่อนคุย สอนบางอย่างให้แจจุงเป็นครั้งคราว และดูแลไม่ให้มีปัญหาอื่นๆ ระหว่างที่ทางการเก็บดีเอ็นเอของแจจุงไปศึกษา

แกร้ก

เสียงบานประตูขยับกระทบกรอบ  ฟูกนอนนุ่มยวบลงจนต้องปรือตาขึ้นมองฝ่าความมืด  ยุนโฮผุดลุกขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนยามวิกาลคือใคร

"แจจุง?"

"ยะ..ยุนโฮ..ฮึก...ช่วยเราที.." น้ำคำสั่นพร่า เจือลมหายใจร้อนผะผ่าว ร่างบางโถมเข้าหาแผ่นอกกว้างทั้งตัว

"ช่วยเรานะ มันทรมาณ ..นะ ฮึก.." ไม่พูดเปล่า มือเรียวสอดเข้าในกางเกงนอนของร่างหนาแล้วเริ่มขยับรูดเร้าอย่างรุนแรง ปากอิ่มจูบปลายคางชายหนุ่มจนเปียกชุ่ม

"อ่ะ! เดี๋ยว แจจุง หยุด "

"ให้เรานะ ทำเรา นะยุนโฮ  ทำเราที  " แจจุงพูดรัวเร็วจนแทบไม่พัก มันยิ่งทำให้เขาหอบหนัก ทันทีที่สายตาเว้าวอนช้อนมองยุนโฮก็กระตุกไหว
ใบหน้าคมเครียดขึง..ให้ตาย เขาเริ่มมีอารมณ์จากมือนุ่มๆที่กอบกุมแก่นกายแกร่งพลางชักขึ้นชักลงไม่หยุดหย่อน

ยุนโฮพยายามรวบมือคู่นั้นไว้ แต่แรงของแจจุงก็เยอะมาก  แขนเล็กๆนั่นเกร็งจนเส้นเลือดขึ้น เมื่อทนไม่ไหวแถมยังโดนต่อต้านแจจุงก็คำรามในลำคอคล้ายสัตว์ป่าที่เจียนคลั่ง ทหารหนุ่มกดไหล่ลาดลงกับเตียง เพื่อระงับอาการทุรนทุรายของคนสวย

"แฮ่ก ..ได้โปรด ยุนโฮ ทำเรา ทำเดี๋ยวนี้" มือเล็กคว้าลำคอ โน้มใบหน้าคมให้ลงมารับจูบดื่มด่ำร้อนแรง ปากก็กึ่งสั่งกึ่งขอร้อง

"แจจุง"

"เข้ามา เข้ามา" เรียวขาเพรียวแยกออกกว้าง เล็บคมฉีกกระชากกางเกงนอนตัวบางของตัวเองให้ขาดออกเป็นช่องที่ด้านหลัง เปิดเผยช่องรักสีแดงจัดที่ไม่เคยมีใครล่วงล้ำ  จีบเนื้อสวยขมิบรัดเข้าหากันอย่างต้องการอะไรมาเติมเต็มความคับแน่น

เป็นอีกครั้งที่ร่างกายยุนโฮสะท้านเยือกและร้อนเป็นไฟเหมือนแจจุงตอนนี้ เลือดของเขากำลังเดือด ดวงตาคมมองไม่เห็นอะไรอีกนอกจากร่างบอบบางตรงหน้า คล้ายกับสูญเสียความควบคุม ความต้องการในรสเพศถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด ...สะโพกแกร่งแทรกกายเข้าหาอย่างไม่มีการทำให้คุ้นเคย จนแผ่นหลังบางแอ่นโค้ง ก่อนจะตกอยู่ในห้วงดำกฤษณาในที่สุด

ไม่รู้กี่ครั้งที่ลิ้มรสความนุ่มเนียนจากผิวกายระอุไอร้อน

ไม่รู้กี่ครั้งที่จูบกัน

ไม่รู้กี่ครั้ง ที่ปลดปล่อยเข้าไปในโพรงรักที่โอบรัดแน่น

ท่ามกลางแสงสลัวที่ลอดเข้ามาจากด้านนอก บนกำแพงมีเงาของสองร่างที่ขยับกระทั้นกายใส่กัน คลอไปกับเสียงครวญครางอย่างสุขสม....

..นางฟ้า เป็นของเขาแล้ว...

.
.
.
.

เรื่องนี้ถือเป็นความลับ เพราะแจจุงขอไว้
 
เขาบอกว่ามันเป็นช่วง "ติดสัด"
 
เมื่อทวงถาม ร่างบางก็ตอบแค่ว่า "เราจะไม่ปลอดภัย ถ้าพวกบ้าข้างนอกนั่นรู้เข้า"

ซึ่งผมก็ยอมทำตาม เราทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ต่อหน้าคนในศูนย์วิจัย

หนึ่งเดือนถัดมา แจจุงถูกพาตัวไปที่แล็บทุกวัน

ส่วนผมถูกเรียกตัวกลับไปประจำหน่วยเหมือนเดิม 

ผมคิดถึง "นางฟ้า" ตลอดเวลา

มันรู้สึกมีอะไรขาดหาย รู้สึกชีวิตถูกหั่นลงเหลือเพียงครึ่ง

ใช่...ผมรักเขา..ผมรักแจจุง..

"นางฟ้า"ที่อาจจะไม่ใช่ในแบบที่คนทั่วไปรู้จัก

.
.
.

ร่างบางถูกพาเข้าเครื่องแสกน หลังจากถูกเจาะเอาเลือดไปหลายหลอด 

ตั้งแต่แยกกับยุนโฮ  แจจุงก็เริ่มเข้าสู่ชะตากรรมที่เขาได้คาดการณ์เอาไว้แล้ว

ทุกๆวัน..

เขาถูกจับเข้าเครื่องช้อตไฟฟ้า

ถูกจับถ่วงน้ำ จนเกือบจะหมดลมหายใจ แต่คนในชุดกาวน์เหล่่านั้นไม่ยอมให้ตาย

ถูกฉีดยาแปลกๆ 

ถูกทำสารพัด

เพื่อทดสองขีดความสามารถและความเป็นอมตะ


"ไหนจากแฟ้มข้อมูลเก่า บอกไว้ว่า สายเลือดนางฟ้าจะเป็นพวก เอสเปอร์ (พวกมีพลังจิต)ที่มีแรงทำลายล้างสูงไงครับศาสตราจารย์ชิม เท่าที่ผมเข้ามาทดลองแทนคุณ ผมไม่เห็นจะเป็นไปตามเอกสารอ้างอิงจากสมัยก่อนเลย!" ชายสูงวัยกระแทกแฟ้มสีดำลงบนโต้ะทำงานอย่างไม่สบอารมณ์

 คู่สนทนาปลายตามองเงียบๆ ก่อนจะขยับแว่น  ร่างสูงในชุดกาวน์สีขาวเอ่ยอธิบายให้อีกฝ่ายฟังอย่างใจเย็น

"ก่อนอื่น ศาสตราจารย์อี ผมขออธิบายให้คุณเข้าใจก่อน ว่าผมเองก็ไม่ทราบว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ บางทีข้อมูลที่เราได้มาจากสำนักงานประวัติศาสตร์ อาจจะตกหล่นก็ได้ อาจจะมีส่วนไหนที่ขาดหายไป เพราะตำรานั่นก็อายุสามร้อยกว่าปีแล้วนะครับ " ชายหนุ่มผู้เป็นมันสมองขององค์กรพูด

"และอีกอย่าง ผมได้รับมอบหมายให้ทำแค่เพียง "โคลนนิ่ง Angel" เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ แล้วนี่มันอะไรกันครับ ทางผมต่างหากที่ต้องถาม  เจตนาที่แท้จริงของพวกคุณ ไม่สิ เบื้องบนคืออะไรกันแน่"

" โอเค ผมจะบอกคุณตรงนี้เลยแล้วกัน ใช่ เราต้องการโคลนนิ่ง "Angel"เพื่อนำไปสู่เป้าหมายหลักของเราคือ "การสร้างอาวุธชีวภาพ" ซึ่งในที่นี้หมายถึง การทำสงครามโดยอาศัยพลังของพวก "นางฟ้า" "

ปัง !

นักวิทยาศาสตร์หนุ่มทุบโต้ะอย่างฉุนเฉียว เมื่อเพื่อนร่วมงานพูดจนจบ

"นี่ พวกคุณ!"

"คุณอาจจะไม่พอใจ  แต่ผมขอบอกไว้ก่อน ศาสตราจารย์ชิม  เรื่องนี้เป็นคำสั่งลับสุดยอด คุณคงรู้นะ ว่าคนที่ต่อต้านหรือแพร่งพรายเรื่องออกไป จะเป็นยังไง"

"ผมจะถอนตัว!"

"ถ้าอย่างงั้น อาทิตย์หน้าคุณเตรียมย้ายได้เลย อ้อ ถ้าคุณโดนลดตำแหน่ง ก็ช่วยไม่ได้นะ" ร่างท้วมเดินออกไปจากห้อง

ชิม ชางมินทิ้งตัวลงกับเก้าอี้บุนวมแรงๆ ก่อนจะสบท

"สารเลวเอ้ย!!"

..การโคลนนิ่ง "นางฟ้า" มีไว้เพื่อ "ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์"โดยแท้

.
.

ผมมายืนอยู่หน้าศูนย์วิจัยเหมือนวันแรกที่ผมมาที่นี่ไม่มีผิด

ศาสตราจารย์ชิม  นักวิทยาศาสตร์หัวกระทิอันดับหนึ่งของประเทศเรียกผมมา

ผมตอบตกลงอย่างไม่ลังเล และคาดหวังว่าอาจจะขออนุญาตเข้าไปหาแจจุงได้สักห้านาที ไม่สิ หนึ่งนาทีก็ยังดี

"สวัสดีครับ ร้อยเอกชอง ไม่ได้เจอกันนานนะครับ"

"สวัสดีครับ ศาสตราจารย์" ผมตะเบ้ะทักทายตอบและเป็นการเคารพไปด้วย "มีเรื่องอะไรเหรอครับ ถึงตามตัวผมมา"

"มีสิ วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายแล้วที่ผมจะประจำที่นี่"

"ทำไมล่ะครับ"

"ตามผมมา" เขาไม่ตอบ ก่อนจะพาผมเข้าไปข้างใน มันมีบางอย่างเปลี่ยนไปนิดหน่อย มีสมาชิกทีมวิจัยบางคนที่ผมไม่คุ้นหน้าเอาเสียเลย

"เข้าไปหาแจจุงสิครับ  ผมว่าเขาอยากเจอคุณนะ"
.
.
.

ทันทีที่เห็นหน้า นางฟ้าคนงามก็โผเข้ากอดผมแน่น เหมือนแจจุงจะผอมลงด้วย วงแขนเล็กกอดเอวผมแน่นอย่างโหยหา
ผมเองก็กอดเขากลับอย่างแนบแน่นไม่แพ้กัน  เรานั่งดื่มชาด้วยกัน พูดคุยกัน ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะคะยั้นคะยอให้ผมเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้
โดยตัวเองท้าวคางตั้งใจฟัง นารักน่าฟัดมากทีเดียว

"ยุนโฮ รักเรามั้ย?"

"มันอาจจะช้าไป แต่ด้วยความสัตย์จริง ผมรักคุณ แจจุง"

"ไม่กลัวเราแล้วเหรอ"

"ตอนแรกน่ะกลัว แต่ตอนนี้ไม่ครับ"

"ยุนโฮ"

"ครับ?"

"ยุนโฮ"

"ว่าไง นางฟ้าของผม"

"เรารักยุนโฮนะ"

ถึงแจจุงจะไม่ใช่นางฟ้าในอุดมคติของใครๆ

แต่ผมมั่นใจ ว่า "เขาเป็นนางฟ้าที่ผมรัก"
.
.
.


"แจจุง ทำไมต้องกินคนด้วยล่ะ"

ผมตัดสินใจถามเขา ในวันหนึ่งขณะที่เขากำลังจะนอนกลางวันโดยหนุนศีรษะไว้ที่ตักผม

"กลัวเราจะจับนายกินรึไง หึ"

"........"

"ผมอยากให้แจจุงลองทานอาหารเหมือนคนธรรมดา เหมือนน้ำชากับขนมที่แจจุงชอบ"

"......"

"ลองดูได้มั้ย?"

"...หึ.." ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขายิ้มเย็นเยียบจนผมยะเยือกถึงสันหลัง

"นายรู้มั้ย ยุนโฮ? ว่าคนพวกนั้นขังเราไว้ในนี้ทำไม?"

"เพราะคุณ...กินมนุษย์..?"

"ถ้าแบบนั้นฆ่าเราซะก็สิ้นเรื่อง ถูกมั้ย?"

"แต่คุณเป็นนางฟ้าตัวสุดท้ายที่กำลังจะสูญพันธุ์..."

"งั้นนายตอบเรามาก่อนสิ ว่าทำไมมนุษย์อย่างพวกนายถึงกินเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา "

"เพราะว่ามันเป็นอาหาร เราเลี้ยงมันเพื่อเป็นอาหาร"

"ใช่ สำหรับเรา มนุษย์ก็เป็นอาหารของเราเหมือนกัน ..." แจจุงไล้มือนุ่มๆไปบนโครงหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม

"ในสายตาของเรา เนื้อคนก็ไม่ต่างอะไรกับเนื้อหมู หรือเนื้อวัว  ยิ่งต้นขาของผู้หญิงที่มีไขมันนิดๆยิ่งสุดยอดเลยล่ะ" ลิ้นเล็กเลียบเลียริมฝีปาก

"แจจุง! พอได้แล้ว คุณทำแบบนั้นไม่ได้นะ ฟังผม คนพวกนั้นมีชีวิตมีจิตใจ พวกเขารักชีวิตตัวเองนะครับ "

"แล้วสัตว์ที่นายบอกว่ามันเป็นอาหารมันไม่มีชีวิตจิตใจเหรอ? "

"ไม่ใช่ แจจุง มันไม่เหมือนกัน"

"หรือเพราะว่าพวกมันร้องขอชีวิตไม่ได้? เพราะมันพูดกับคนที่จะกินมันไม่ได้งั้นสิ"

"........" ผมจนคำพูด ได้แต่มอง "นางฟ้า"เลื่อนมือไปจับปีกของเจ้าผีเสื้อเคราะห์ร้ายที่เกาะขอบถ้วยชาขึ้นมา แล้วเคี้ยวปีกของมัน

"เพราะมนุษย์..ถ้าไม่ได้ฆ่าเพื่อเป็นอาหาร ก็ทรมาณให้ตายทั้งเป็นได้งั้นสินะ" แจจุงร้องไห้ แต่ไม่มีแม้เสียงสะอื้น

"แจจุง.."

"ไปซะ ยุนโฮ อย่าทำให้เราโกรธ  ออกไป ..."

.
.
.


ไม่ได้เจอแจจุงมาหลายวันแล้ว .....

หายโกรธรึยังนะ...

"ช่วยด้วย"

"อ้ะ!" เสียงกรีดร้องของคนรักกึกก้องคล้ายกับแทรกเข้ามาในสมอง ยุนโฮกุมศีรษะหลับตาแน่น ความรู้สึกร้อนใจกระสับกระส่ายทวีขึ้นเรื่อยๆ
แจจุงกำลังเรียกหาเขาจากที่ไหนสักแห่ง 

"ยุนโฮ ชะ ช่วยที อย่า! อย่า อ๊าาาาาาาาา!!!"

"แจจุง!!!" ยุนโฮไม่หาคำตอบ เขาขับรถลาดตระเวนของหน่วยออกไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงทักท้วงของบรรดาทหารคนอื่นๆ

.
.
.

"ปวด !!!ฮึก อย่าาาาา!! อ๊ากกกกกก !!!1 " แจจุงถูกจับนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า เขาถูกช้อทไฟหลายแสนโวลท์ใส่ ทีมวิจัยของศาสตราจารย์อี มองดูอย่างเฉยเมยและจดบันทึกไปด้วย ไม่สนใจเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดที่มากกว่าครั้งไหนๆของแจจุง

"เพิ่มกระแสไฟขึ้นอีก"

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาา !!!!! " เลือดสีแดงเข้มไหลรินจากต้นขาอ่อนตัดกับกางเกงสีขาวจนเป็นวงกว้าง ร่างบางดิ้นรุนแรงจนคล้ายอาการชัก

"ศาสตาจารย์คะ " ผู้ช่วยหญิงร้องบอกเมื่อเห็นความผิดปกติ

"ไม่ต้องสนใจ ทำตามที่สั่ง"

"ค่ะ"

"อ๊าาาาาาาาาาา!!!! ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!! ยุนโฮ!!!!!"

เพล้ง !เพล้ง !ตูม!

สิ้นเสียงกรีดร้องดังลั่นครั้งสุดท้ายของแจจุง  ห้องทดลองนั่นและทางปีกซ้ายของศูนย์วิจัยทั้งหมดก็ระเบิดเป็ณในพริบตา  ยุนโฮที่มาถึงกำลังฝ่ากำลังเจ้าหน้าที่ที่ไม่ยอมให้เขาเข้าไปตกตะลึง หัวใจของเขาเหมือนถูกฉีกกระชาก

"แจจุง!!!!!" ยุนโฮตะโกน คลื่นสีขาวที่จู่ๆก็แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่มหั่นสะบั้นร่างของผู้คนโดนรอบจนแหลกเป็นชิ้นๆ 

.
.
.

"อั่ก..อัก....ใครก็ได้....ช่วยผม..ที" ร่างของหัวหน้าทีมวิจัยที่เหลือเพียงกายท่อนบนคลานอยู่บนเศษซากปรักหักพัง  เป็นเวลาเดียวกับร่างสูงของศาสตราจารย์ชิมมาถึง แรงระเบิดทำให้แรงสั่นสะเทือนไปถึงที่พักของชายหนุ่ม เขารีบเข้ามายังจุดเกิดเหตุ และมองเห็นเพื่อนร่วมงานที่บาดเจ็บสาหัสก็รีบเข้าไปเพื่อช่วย

แต่แล้วเขาก็ต้องก้าวขาไม่ออกเพราะความตกใจ เพราะร่างสูงใหญ่ของนายทหารรูปหล่อที่เขาคุ้นหน้า ยืนอยู่บนเสาต้นหนึ่ง ในอ้อมแขนแกร่ง อุ้มร่างบางที่กุมหน้าท้องเอาไว้ทั้งสลบไสล ที่กลางหลังของทั้งคู่ มีปีกสีขาวขนาดใหญ่งอกออกมา

" นางฟ้า..."

" ศาสตราจารย์ชิม ปล่อยพวกเราไปเถอะ อย่าตามหา อย่าตามล่าเรา ผมต้องการพาแจจุงไปหาที่สงบๆเพื่อให้เขาคลอดอย่างปลอดภัย"

"คลอด?"

"แจจุงกำลังตั้งท้องลูกของผม  อย่างที่คุณรู้ "นางฟ้า" ที่จริงแล้วไม่มีเพศ ทุกอย่างเป็นไปตามสัญชาตญาณ ปีกของแจจุงเพิ่งงอกออกมาตอนนี้ก็เพื่อโอบอุ้มให้ความอบอุ่นกับลูกน้อย ส่วนผม...ปีกของผมเพื่อปกป้องคู่ชีวิต "

"นี่คือส่วนที่ขาดหายไปจากบันทึกเรื่องนางฟ้าเมื่อสามร้อยปีก่อนใช่มั้ย? "

"ผมไม่รู้ จู่ๆเรื่องทั้งหมดมันก็เข้ามาในสมองผม  รวมทั้งปีกและพลังนี่ด้วย "

"แล้วทำไมคุณถึง ..."

"นั่นเป็นความลับ ที่ผมก็ไม่รู้เช่นกัน"

"และ จำไว้ อย่ามายุ่งกับเรา  ถ้าพวกคุณล่าเรา เราก็จะล่าพวกคุณเช่นกัน" เสียงทุ้มย้ำก่อนจะกางปีกออกแล้วทะยานหายไปลับฟ้า

.
.
.
.

คริสตศักราช  2310

สายลมเอื่อยๆพัดยอดหญ้าสะบัดไหวไปมา มือบางสะบัดผืนผ้าสีสวยบนพื้นหญ้า  เด็กน้อยสองคนวิ่งเล่่นกันอย่างสนุกสนาน

"ยุนโฮ ~ ฮื้อ มาเร็วๆสิ ลูกหิวแล้วนะ "

"มาแล้วน่า จุนซู ยูชอน มาหาพ่อมาลูก " เจ้าของชื่อวางเนื้อกระต่ายสองตัวที่จับได้แถวนั้นลง แล้วร้องเรียกลูกๆให้มาจัดการกับอาหารกลางวัน

อีกด้านหนึ่งของรั้วลวดหนาม เป็นซากตึกรกร้างไร้ผู้คนที่แขวนป้ายไว้ว่า 
 
"สถาบันวิจัยพิเศษ กรุงโซล  Danger Restricted Area"

END.
 

Photobucket

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

omg!! i like thiss.

it very well.double wink
your wonderfull

#1 By เเคส (124.120.201.247) on 2011-09-11 11:00

จริงสินะ ทุกชีวิตมีค่าเหมือนกันหมด
แอบขนลุกนิดๆ ตอนได้ยินว่าแจกินคน
แต่พอมาเห็นเหตุผลของแจแล้ว เออ มันก็จริงแฮะ
แต่ชอบอ่าาา ยุนแจ ♥ >< รักกันนานๆนะคะคู่เทวดานางฟ้า ~

#2 By Yundori on 2011-11-01 21:21