[SF] - A L I C E - [YunJae]
posted on 31 Oct 2011 04:17 by feathercomlex in Short-FictionThe Halloween Project
Title : - A L I C E -
Author : ployshin
Pairing : Yunho x Jaejoong
พนักงานสองสามคนช่วยกันยกเฟอร์นิเจอร์และกล่องลังสัมภาระต่างๆ โดยมีลูกค้าผู้ว่าจ้างยืนบอกตำแหน่งที่จะให้วางของอยู่ใกล้ๆ
"ขอบพระคุณมากนะครับ โอกาสหน้ากรุณาเรียกใช้บริการเราใหม่นะครับ" พนักงานในชุดเครื่องแบบสวมหมวกแก้ปกับถุงมือกล่าวลาจากนั้นจึงออกรถไป
สองปีกว่าที่ถูกแยกจากด้วยปัญหาคดีความอันเกิดจากความเห็นแก่ได้ของบริษัททำให้พวกเขามาพบได้ยาก จะไปหาหรืออยู่ด้วยกันทั้งวันอย่างที่ต้องการไม่ได้ และแน่นอนว่าแจจุงก็ไปค้างกับร่างสูงที่คอนโดไม่ได้เช่นกัน
ระยะหลังๆเริ่มมีผู้ไม่หวังดีมาดักรอหน้าเพนเฮ้าส์ของแจจุง ปล่อยข่าวหวังทำลายชื่อเสียงยุนโฮและล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของพวกเขา นั่นเป็นสิ่งที่ร่างบางยอมไม่ได้ ดังนั้นแจจุงจึงตัดสินใจซื้อห้องนี้ต่อมาจากนายหน้าคนหนึ่งด้วยเงินเก็บของเขาและยุนโฮโดยใช้ชื่อญาติห่างๆฝ่ายแม่เป็นผู้ทำสัญญา
อพาร์ตเม้นท์แห่งนี้ กลายเป็นรังรักลับๆของทั้งสองโดยไม่มีใครสืบได้หรือตามเจอ
ยุนโฮดูมีความสุขและผ่อนคลายมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แจจุงต้องการมากที่สุด
ห้องนี้ได้รับการตกแต่งอย่างดี เรียกได้ว่าทั้งยุนโฮและแจจุงแทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย เพราะยังไงก็มาค้างเป็นบางครั้งบางคราวอยู่แล้ว
จุดเด่นของห้องส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ภาพวาดและงานศิลปะต่างๆ
หนึ่งในนั้นเป็นรูปวาดที่เป็นของขวัญจากเจ้าของห้องคนเก่าที่ติดประดับไว้ให้เขา
ภาพหญิงสาวกำลังเดินอยู่ไกลสุดสายตาจนเห็นเป็นตัวเล็กๆในตรอกยามคำคืนที่วาดในแนวมุมหักเหหลอกสายตามีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีม่วงทะมึน ให้อารมณ์แปลกใหม่สำหรับคนชอบศิลปะอย่างแจจุง
เขาเลยปล่อยมันไว้อย่างนั้น โดยไม่ได้เคลื่อนย้ายมันไปไว้ในมุมอื่น
หรือจะพูดให้ถูกคือ มันตอกติดกับผนังปูนแน่นหนาจนเขาขยับมันไม่ได้ด้วยซ้ำ คิม แจจุง คนสร้างสรรค์เลยตกแต่งเฟอร์นิเจอร์รอบๆให้เข้ากับกรอบรูปนั้นแทน
ดูเหมือนเขาจะภูมิใจกับผลงานของตัวเองมากทีเดียว.
.
.
มือเล็กจับมีดอย่างคล่องแคล่วในขณะที่กำลังทำอาหารค่ำไว้รอคนรักที่อยู่ระหว่างการขับรถเดินทางมาที่นี่ หลังจากถูกโทรศัพท์อ้อนเสียงนุ่มว่าเบื่ออาหารจานด่วนอยากกินแกงกิมกิมจิฝีมือคนสวยจะแย่อยู่แล้ว ใบหน้าขาวชะโงกดูน้ำแกงในหม้อเป็นระยะสลับกับเตรียมเครื่องเคียงอย่างอื่น
วูบ
จู่ๆก็รู้สึกเสียววูบที่สันหลังจนต้องชะงัก ผมสั้นที่เจ้าตัวเซตตั้งเผยให้เห็นเหงื่อเม็ดเล็กผุดซึมบนหน้าผากเนียน แจจุงรู้สึกว่ามือและเท้าของเขาเย็นเฉียบไปหมด
อะ...อะไรน่ะ?..
ร่างบางมองไปรอบๆห้องตามสัญชาตญาณ ไม่มีอะไร...เงียบ..ได้ยินแค่เสียงน้ำในหม้อแสตนเลสที่เดือดปุดๆ
...เมื่อกี้นี้มัน....
“อ้ะ” กลิ่นน้ำแกงที่ฉุนขึ้นดึงความสนใจกลับมา ร่างบางกระวีกระวาดปิดแก้สเพราะแกงอร่อยๆของโปรดยุนโฮงวดลงจนเกือบจะไหม้เสียแล้ว
เสร็จสิ้นการเตรียมมื้อเย็นก็ล้างมือล้างไม้ เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงกริ่งหน้าห้องดังขึ้น เรียวปากอิ่มยิ้มบางๆพลางเดินตัดผ่านห้องนั่งเล่นไปเปิดประตูต้อนรับเจ้าของห้องอีกคน
โดยไม่สังเกตเลยว่า..เกิดอะไรเปลี่ยนแปลงขึ้นบ้าง…..
..ความเปลี่ยนแปลงของรูปวาดนั้น..
.
.
.
"อ้ะ ยุนโฮ..อ่ะ..แรง..ฮึ่ก อ๊า"
"แจจุง อืม.."
โซฟาสีดำตัวใหญ่สะเทือนไปตามแรงขับเคลื่อนด้านบน เช่นเดียวกับร่างเปลือยเปล่าที่สะท้านขึ้นลงอย่างน่าเอ็นดูในสายตาร่างสูงที่กำลังกลืนกินคนตัวบางด้วยความรักใคร่ จังหวะสั้นๆระลอกสุดท้ายก่อนจะจบลงด้วยเสียงครางยาวเมื่อทั้งคู่เอื้อมมือไปคว้าสวรรค์ไว้ได้พร้อมกัน
ยุนโฮทิ้งตัวลงทาบทับโอบกอดคนรักไว้ทั้งตัว แจจุงหลับตาซึมซับความสุขและอากาศหายใจมือเล็กลูบแผ่นหลังกว้างเบาๆอย่างอิ่มเอม ทว่า...
เมื่อลืมตาขึ้น สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่รูปวาดบนกำแพงด้านปลายเท้าของตัวเอง...
ความสงสัยเกิดขึ้นในสมองให้รู้สึกประหลาดใจ..
ภาพหญิงสาวผมยาวในรูปนั้น คล้ายกับว่าขยายใหญ่ขึ้น...
ไม่สิ ..มันให้ความรู้สึกเหมือนเธอยืนอยู่ไม่ไกลเท่าเมื่อวันก่อน..
"คิดไปเองรึไงนะ.." พึมพำกับตัวเอง
"หืม? ว่าไงนะ?"
"อ่า..เปล่า ไม่มีอะไร "
"แน่ใจ?"
"อื้ม ลุกเร็ว ตัวหนักจังเลย"
...บางที เขาอาจจะแค่รู้สึกไปเอง....
..มุมมองตอนนอนกับตอนยืนมันคงต่างกันล่ะมั้ง...
..ช่างมันเถอะ..
.
.
หลายครั้งที่พยายามบอกตัวเองว่าตาฝาดหรือคิดมากไปเอง แต่ยิ่งปล่อยไว้แจจุงก็ยิ่งเจอกับเหตุการณ์ประหลาดขึ้นทุกครั้งที่มารอยุนโฮที่นี่
ไม่ว่าจะเป็น จู่ๆแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต้ะเฉยๆก็แตกกระจายจนเกือบกระเด็นใส่
ฝักบัวที่มีน้ำไหลออกมาทั้งๆที่ยังไม่ได้เปิดก้อก
บรรยากาศน่าอึดอัดผสมกับความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองจากที่ไหนสักแห่งในห้อง ค่อยๆกดดันร่างบางอย่างประหลาด
แต่แจจุงก็ยังหาสาเหตุไม่ได้ว่าเพราะอะไร...และเขาก็ยังไม่ได้เล่าให้ยุนโฮที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ฟัง
นั่นสิ..มันเกิดจากอะไรกันแน่....
มันผิดสังเกตแล้ว...
รูปนั้นเกิดความเปลี่ยนแปลงทีละนิดๆ
ในแต่ละครั้งที่พวกเขามาที่ห้องนี้
หญิงสาวในรูปจะขยับเข้ามา...ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ.. .
.
.
“..จุง แจจุง แจจุง “
“ห้ะ? หื้ม?” ไหล่ผอมสะดุ้งโหยงเมื่อถูกสัมผัสเบาๆ เมื่อรู้สึกตัวก็เห็นใบหน้าของอีกฝ่ายก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ด้วยความสงสัย
“เหม่ออะไรอยู่ สีหน้าไม่ดีเลย” ฝ่ามือใหญ่เลื่อนขึ้นทาบหน้าผากเนียนสำรวจว่าคนร่างบางไม่สบายตรงไหนรึเปล่า แจจุงหน้าซีดมากแต่ก็ยังยิ้มและปฎิเสธว่าไม่มีอะไรกลับไปเพื่อให้คนรักวางใจ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ยุนโฮหายกังวลเท่าไรนัก
“ไปโรงพยาบาลหน่อยมั้ย? เช็คร่างกายสักหน่อยดีกว่า”
“ไม่เอา ชั้นแค่เหนื่อยๆเมื่อคืนเตรียมวางแผนเรื่องคอนเสิร์ตดึกน่ะ ยุนโฮง่วงรึยัง ไปอาบน้ำก่อนไป”
มือเรียวรุนแผ่นหลังแกร่งให้เดินไปทางห้องน้ำ ร่างสูงขืนตัวไว้นิดๆ คิ้วเข้มยังขมวดมุ่นจนแจจุงต้องยิ้มสดใสให้ดูอีกทีเป็นการยืนยันยุนโฮจึงจะยอมรามือแต่โดยดี
ทันทีที่ประตูห้องน้ำปิดลง ดวงตากลมโตหันกลับมามองที่ "รูปวาด"ขนาดใหญ่ที่แขวนไว้บนผนังห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มไหวระริกสะท้านเยือกไปทั้งกาย
...วันนี้ก็ใกล้เข้ามาอีกแล้ว....
.
เป็นปกติที่ยุนโฮจะนอนหลับสนิท หลังจากทำงานอย่างหนักมาทั้งสัปดาห์ มือขาวจัดดึงผ้านวมนุ่มขึ้นห่มให้ร่างสูงก่อนจะหอมแก้มกร้านเบาๆ จากนั้นจึงเอนตัวลงนอนตามข้างๆ แจจุงที่เครียดสะสมมาหลายวันค่อยๆหลับตาแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราตามคนรักไป
“อืม อึ่ก! อ่ะ อ่อก! แค่ก!”
เสียงครึมครางทรมาณกับแรงดิ้นปัดบนเตียงปลุกร่างบางให้ตื่นขึ้น เขารีบหันไปหาคนข้างกายทันที
ชายหนุ่มกำลังทุรนทุรายคล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างทำร้ายเขาอยู่ ดวงตาคมเหลือกขึ้น มือหนาขยำผ้าปูเตียงแน่น แจจุงโผเข้าจับตัวยุนโฮไว้ หวังให้เขารู้สึกตัว
“ยุนโฮ !ยุนโฮ! อ้ะ!!”
ดวงตากลมโตเบิกโพลงอย่างตกใจสุดขีด
ที่แผ่นอกแกร่ง...มีเท้าเปลือยเปล่าขาวซีดคู่หนึ่งเหยียบอยู่..
แจจุงผงะลงจากเตียง
และเขาก็ได้เห็น "สิ่งนั้น" เต็มสองตา..
หญิงสาวผมยาวสีอ่อนยุ่งเหยิง..
ผิวขาวซีดไร้สีเลือดฝาด…
เธอไม่มีแขน...
คอเล็กๆนั่น บิดเบี้ยว...
เธอกำลังค่อยๆหันคอมามองที่เขา จนกระดูกลั่นดัง ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก...
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก “
ร่างบางกรีดร้องลั่น ยุนโฮพยายามรวบรวมสติเอาชนะ เขาภาวนาถึงความดีที่ได้ทำและสวดอ้อนวอนพระคริสต์ ในขณะที่แจจุงกำลังร้องไห้และตื่นกลัว
เป็นเวลายาวนาน กระทั่งแสงแรกของพระอาทิตย์ยามเช้ามืดค่อยๆแทรกผ่านมานเข้ามา
"สิ่งนั้น" ก็ค่อยๆเลือนหายไป
ยุนโฮนอนหมดแรงอยู่บนเตียง เหงื่อชุ่มไปทั้งกาย ลมหายใจหอบหนัก
แจจุงรีบโผเข้าไปหา ตัวสั่นจนไม่สามารถควบคุมได้ คราบน้ำตาแห้งกรังติดแก้มเนียน
ร่องรอยฝ่าเท้าสีแดงยังปรากฎเป็นปื้นเด่นชัดบนผิวกายชายหนุ่ม
ทั้งคู่สบตากันด้วยความสับสน
..ภายนอกห้องนอน...
..รูปวาดบนผนังสีขาวของห้องนั่งเล่น.
....หญิงสาวในรูป ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดหนึ่งแล้ว...
.
.
หลังจากที่ฟังแจจุงเล่าเรื่องทั้งหมดแล้ว ยุนโฮก็ตัดสินใจโทรหาที่ปรึกษาแรกคือเมมเบอร์ของวง
"ผมคิดว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับรูปนั้นแน่ๆ" น้ำเสียงจริงจังกรอกคำตอบไปยังปลายสาย ชางมินนับถือศาสนาพุทธ แต่เขาไม่ใช่คนงมงายเรื่องภูติผีหรือสิ่งที่มองไม่เห็นตามแบบฉบับของคนรุ่นใหม่ที่เชื่อในหลักตรรกะทางวิทยาศาสตร์มากกว่า กระนั้นก็ใช่ว่าเขาจะไม่เชื่อว่าสิ่งที่กำลังคุกคามพี่ชายทั้งสองคนจะไม่มีอยู่จริง
"ห้ะ เอาออกไม่ได้? ทำไมล่ะครับ"
"นายหน้าที่ขายห้องให้ก็ติดต่อไม่ได้ เวร.."
"มีทางเดียวพี่ยุนโฮ ขายห้องนั้นไปทิ้งเลย"
"ยังจะพระเอกอีก คนที่ซื้อต่อไปเค้าก็คงทำแบบพี่นี่แหละ ไม่ทำไงหรอก"
"เชื่อผมเถอะ ขายไป"
"ผมจะช่วยประกาศขายให้ทางอินเตอร์เน็ตอีกทางแล้วกัน ตั้งแต่นี้ไปพวกพี่ก็ทิ้งห้องนั้นไปได้เลย แค่นี้นะก่อนครับ ผมขับรถอยู่"
มือถือเครื่องบางถูกกดตัดสายหลังจากเสร็จธุระ ร่างสูงเดินไปหาคนตัวเล็กที่ยังดูวิตกกังวล แม้จะกลับมาที่บ้านของตัวเองหลายวันแล้ว ขอบตาของแจจุงคล้ำแดงและบวมช้ำ ใบหน้าก็ซูบโทรมไปไม่น้อย วงแขนแกร่งสวมกอดคนรักอย่างนุ่มนวล หวังปลอบโยนคนเสียขวัญให้หายหวาดกลัว
“ยุนโฮ..ฮึก..”.
“ไม่เป็นไรนะแจจุง ชั้นอยู่นี่ ชั้นอยู่นี่แล้วนะคนดี” จมูกโด่งหอมลงที่กระหม่อมบางเบาๆ “ชั้นจะจัดการเรื่องนี้เอง ไม่ต้องห่วง ระหว่างนี้นายต้องนอนพักบ้างรู้มั้ย “
“ไม่ ..ยุนโฮ..ชั้นไม่อยากนอน...ไม่..”
มันกลายเป็นฝันร้ายที่ติดตามรังควานแจจุง …
เขาไม่อาจสลัดภาพของ "สิ่งนั้น"ออกไปจากสมองได้…
“นอนเถอะ ชั้นไม่ไปไหนหรอก นายไม่เชื่อชั้นเหรอ หืม?”
“......”
“นะครับ.”
“ก็ได้ อย่าไปไหนนะ”
“อืม”
.
.
.
แจจุงหลับไปแล้วด้วยความอ่อนเพลียจากการอดนอนมาเกือบทั้งสัปดาห์ หลังจากที่เจ้าของอ้อมอกอุ่นลูบศีรษะเล็กกล่อม ใบหน้าคร้ามคมเบาใจไปอึดหนึ่ง ก่อนจะกลับมามีสีหน้าเคร่งเครียดอีกครั้ง
เขาไม่อยากกลับไปพัวพันกับ "สิ่งนั้น"อีก…
แต่อีกใจก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ายังคงสงสัย...
ทำไมสิ่งนั้น”ถึงต้องปองร้ายเขากับแจจุง…
รูปวาดนั่น มันมีอะไรกันแน่...
ครืด ครืดดด
แรงสั่นเบาๆจากในกระเป๋ากางเกงเรียกให้มือหนาหยิบเครื่องมือสื่อสารสีขาวขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อสายเรียกเข้าที่โชว์บนหน้าจอแอลอีดี ยุนโฮก็ได้แต่ถอนหายใจยาว
[b]...ประธาน…[/b]
พูดสายกันอีกสองสามประโยคก็ลงเอยด้วยคำสั่งให้เข้าบริษัทด่วน ร่างสูงหันมามองคนรักที่หลับพริ้มอย่างห่วงใย
ขอโทษนะแจจุง แต่อย่าเพิ่งตื่นจนกว่าชั้นจะกลับมานะ
มือใหญ่หยิบหมวกกับแว่นกันแดดมาสวม ก่อนจะคว้ากระเป๋าสตางค์และกุญแจรถ
“แล้วชั้นจะรีบกลับ “
บานประตูสีน้ำตาลเข้มปิดลงกระทบกรอบเบาๆ พร้อมเงาดำที่คลืบคลาน....
.
.
“อืม..”
ความเย็นที่แนบแก้มผสมกับกลิ่นเหม็นเน่าอย่างรุนแรงลอยอบอวลชวนให้คลื่นเหียนปลุกร่างบางจากนิทรา เปลือกตาสีอ่อนกระพริบปรับแสงในความมืด
พรมสีนี้?...พื้น?
แจจุงพยายามยันกายลุกขึ้นมองไปรอบๆ ใบหน้าเนียนเผือดสีราวกับโดนสูบเลือด มือเล็กยกขึ้นปิดปากกลั้นเสียงอุทาน
เขามาอยู่ที่ห้องนี้อีกได้ยังไง !
ร่างบางเรียบเรียงเหตุการณ์ก่อนหน้า ขำจำได้ว่านอนอยู่บนเตียงที่เพนเฮ้าส์ของตัวเอง โดยมียุนโฮอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา แล้วทำไม...
ไม่ทันที่จะได้คำตอบ เสียงปริศนาก็ดังขึ้นมาทางด้านซ้ายของเขา แจจุงหันขวับ ภาพตรงหน้าทำเอาแทบสิ้นสติ
เขาอยู่ต่อหน้ารูปๆนั้น ที่มันเหมือนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ !!
แคร่กกกกก แคร่กกกกกก เอี้ยดดด เอี้ยดด แคร่กกก
เรียวขาสวยพาตัวเองถอยกรูดไปตามพื้นพรม เรี่ยวแรงหดหายไปพร้อมๆกับแรงช้อค
มีบางสิ่งอยู่ที่หลังรูปนั่น !!
“ชะ..ช่วย..ยุน..โฮ..ฮึ่ก... “
ดวงตากลมใสเอ่อล้นน้ำตาจนพร่ามัว เมื่อภาพหญิงสาวในรูปวาดขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะมองเห็นใบหน้าของเธอ ...ร่างนั้นเคลื่อนไหวช้าๆ ..ทีละก้าว..ทีละก้าว
แคร่ก แคร่ก
“อย่า..อย่าเข้ามา...”
เสียงหยุดลง..
"เธอ"ก็หยุดในอีกสองก้าวที่เกือบจะสุดกรอบไม้มะฮอกกานี
“อ่ะ? “
เหงื่อซึมตามไรผมสีดำสนิท ความเงียบปกคลุมยรรยากาศชั่วอึดใจเดียวกับที่แจจุงได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัวคล้ายมีคนรัวกลองอย่าง””บ้าคลั่งอยู่ภายใน
"สิ่งนั้น"หยุดไปแล้ว...
แต่เขาก็ยังไม่กล้าขยับตัว...
...
“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!”
จู่ๆ "เธอ"ก็พุ่งตัวมาทางชายหนุ่มด้วยความรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว คราวนี้แจจุงมองเห็นเธออย่างชัดเจน
ใบหน้าของหญิงสาวไร้เค้าของความเป็นมนุษย์
นัยน์ตาสีเขียวซีดไร้แวว
ริมฝีปากซีกหนึ่งฉีกกว้างจนถึงใบหูเผยให้เห็นเนื้อในน่าขยะแขยง
เธอกำลังใช้แขนข้างเดียวคลานมาหาร่างบางไร้จังหวะเหมือนแมลงที่ไต่บนกำแพง
“ยุนโฮ !!!!”
โครม เพล้ง!!!!
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!”
เก้าอี้ที่อยู่ไม่ไกลถูกคนที่เพิ่งมาถึงจับฟาดเข้ากับรูปวาดตัวต้นเหตุ ตามด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของ "สิ่งนั้น"
ชางมินและอีกสามคนตรงเข้าไปดึงแจจุงออกมาทันที
วิญญาณที่แตกสลายเงยขึ้นสบตาทั้งสี่คนแล้วขยับปากเป็นคำว่า
ช่วย ชั้น ด้วย
ยุนโฮประคองคนรักไว้ในอ้อมแขน เช่นเดียวกับชางมินกับจุนซูที่ช่วยกันแบกยูชอนที่เป็นลมไปแล้วไว้ ทั้งสี่คนมองกรอบรูปคว่ำหน้าท่ามกลางเศษกระจกแตกกระจาย เนื้อไม้อัดแผ่นบางมีรอยขีดข่วน ไม่ว่าใครมาเห็นก็คงรู้ว่าเป็นรอยเล็บ ผนังห้องนั่งเล่นที่ครั้งหนึ่งเคยถูกรูปใบใหญ่แขวนบดบังมีร่องรอยของเนื้อปูนที่ยังใหม่อยู่ มันถูกฉาบขึ้นลวกๆอย่างเร่งรีบจนไม่เรียบร้อย
“พี่ครับ..”
จุนซูยกโทรศัพท์ขึ้นเป็นนัยยะถึงหนทางต่อจากนี้....
.
.
วันต่อมา
ไซเรนรถตำรวจและหน่วยเก็บกู้ศพดังเซ็งแซ่ สลับกับการรายงานของนักข่าวภาคสนามจากทีวีพลาสม่ากลางห้อง ภาพของผนังปูนถูกทุบทำลายจนเผยร่างเน่าเปื่อยของผู้หญิงที่ยังมีชุดกระโปรงสีฟ้าติดกาย ใกล้ๆกันกับการทำงานของเจ้าหน้าที่กู้ศพ ชายชาวต่างชาติสูงวัยกำลังโอบกอดภรรยาชาวเกาหลีที่ร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจ
นายหน้าขายห้องที่หายตัวไปตอนนี้ถูกจับกุมอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ เขาทำแผนประกอบคำรับสารภาพว่าได้ทำการข่มขืนแล้วฆ่า[color=red][b] "อลิซ" [/b][/color]สาวลูกครึ่งเกาหลีอังกฤษด้วยมีดสับเนื้อในห้องครัว เพราะเธอไม่สนใจรับรักเขา เหยื่อดิ้นรนขัดขืนจนเขาบันดาลโทสะฟันเข้าที่แขนข้างหนึ่งของเธอก่อนจะซ้ำเข้าที่ใบหน้าและลำคอจนเธอเสียชีวิตแล้วจึงลงมือฝังร่างเธอไว้ในกำแพงแล้วโบกปูนทับเพื่ออำพรางคดี แต่ในที่สุดก็ไปไม่รอด
ความอบอุ่นจากวงแขนกว้างที่โอบล้อมจากทางด้านหลัง พร้อมรอยยิ้มที่ชายหนุ่มส่งมาช่วยให้แจจุงรู้สึกปลอดภัยและดีใจเหลือเกินที่พวกเขาผ่านเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อมาได้อย่างปลอดภัย
โชคดีบนช่องว่างจากความเสื่อมทรามในการปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจที่พอยัดเงินสินบนใต้โต้ะบวกกับเทคนิคการเจรจาของชางมินแล้วทำให้ไม่มีใครดึงพวกเขาเข้าไปเกี่ยวข้องให้เป็นข่าวใหญ่โตขึ้นไปอีก ไม่งั้นได้ประสาทเสียจริงๆแน่
ร่างบางซุกเข้าหาแผ่นอกแกร่ง ปากอิ่มพึมพำให้ได้ยินแผ่วเบา
“มันจบแล้วใช่มั้ย “
“อืม มันจบแล้ว แจจุง”
.
.
อีกด้าน ยังมีเงาวูบไหวเคลื่อนไปบนผิวกระจกบานใหญ่อย่างเงียบเชียบ
......รอยเล็บขูดอยู่ที่ขอบหน้าต่าง.....
......”แล้วแขนของฉันล่ะ”........
.
เรื่องนี้..จบลงแล้วแน่หรือ
END
Talk &Thanks
ไม่มีอะไรเลย อัดผีใส่เข้าไปอย่างเดียว OTL ฟิคตามใจตัวเอง (หัวเราะ) ตอนแรกเริ่มจากจะเขียนคนเดียว ไปๆมาๆก็มาเขียนกันเจ็ดคน กลายเป็นโปรเจกต์ฟิคฮัลโลวีน (ใจง่าย) ขอบคุณไรต์เตอร์ทั้งหกคนมากนะงับ และขอโทษถ้าทำให้ลำบาก ฮ่าๆๆๆ สุดท้าย Happy Halloween ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันงับ











ตอนจบจบแบบว่า ไม่สนิทเพราะแขนอีข้าง T.T
#1 By on 2011-10-31 12:03